การเคลื่อนไหวแห่งเรเอล

FAQ

The Messages of the Elohim

  • Who Created the Elohim? ใครคือผู้สร้างเอโลฮิม?
    If we believed in God, we might ask "Who created God". If we believed in evolution and the "Big Bang" we might ask "where did this matter and energy come from that created the big-bang?".
    For the Elohim, it is the same - they were created by people coming from the sky as were their creators. It's an infinite cycle of life. One day scientists from earth will also go to another planet and populate it.

    ถ้าเราคือผู้ที่เชื่อในพระเจ้าเราคงจะถามว่า "ใครคือผู้สร้างพระเจ้า" และถ้าหากเราเชื่อในเรื่องของการวิวัฒนาการและ “การเกิดบิกแบง”เราก็อาจจะถามว่า “เรื่องเหล่านี้และพลังงานที่ก่อให้เกิดบิกแบงมาจากไหน?”
    สำหรับเอโลฮิม มันก็เป็นเรื่องเช่นเดียวกับที่พวกเขาได้ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่มาจากท้องฟ้าเช่นเดียวกับผู้สร้างของพวกเขา มันเป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุดของชีวิต ในวันหนึ่งข้างหน้านักวิทยาศาสตร์จากโลกนี้ ก็จะไปยังดาวดวงอื่นเพื่อสร้างประชากรโลกขึ้นมาเช่นกัน
  • Why do they need an Embassy? • ทำไมพวกเขาจึงต้องการสถานทูต?
    They are not invaders. They have shown their desire to come but they respect our choice to say no. It is up to us to invite them, and our invitation is the embassy. It's the least we can do.
    Without the neutrality of an embassy, free air space and an official welcome, an unannounced and undesired landing would have enormous political, economic and social repercussions with disastrous consequences world-wide. Nor do they wish to endorse any government, religion or ideology other than that of the Raelian Philosophy, by contacting any other institution first. Thus they will only come when we build their embassy, such is their love and respect for us.
    Following their instructions, Rael established the Raelian Movement, a non-profit international organization to bring together anyone who wishes to help. This is a completely open organization designed not to convince, but to inform, and to allow those who wish to help to join or leave anytime they like. No member of the Raelian Movement ever gets paid any salary, including Rael himself.

    พวกเขาจะไม่เข้ามารุกราน พวกเขาได้แสดงความปรารถนาที่จะเข้ามา ขณะเดียวกัน พวกเขาก็เคารพในทางเลือกของเราที่จะปฏิเสธ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับพวกเรา คำเชิญของเราคือสถานทูต นั้นคืออย่างน้อยที่สุดที่เราจะทำได้
    โดยต้องไม่เป็นสถานทูตกลางของที่ใดๆ พื้นที่ต้องปราศจากการรบกวนทางอากาศและการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ไม่มีการป่าวประกาศและไม่พึงประสงค์ที่จะยุ่งเกี่ยวกับรัฐและการเมือง ที่จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจโลก พวกเขาไม่ต้องการที่จะติดต่ออย่างเป็นทางการกับรัฐบาลใดๆ หรือศาสนาใดๆอย่างเป็นสำคัญมากกว่าปรัชญาราเอลเลี่ยน ดังนั้น พวกเขาจะมาเมื่อมีการสร้างสถานทูตขึ้น ดังเช่นความรักและความเคารพของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำของพวกเขา ราเอลได้จัดตั้งองค์กรราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์, เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงผลกำไร เพื่อรวบรวมผู้คนที่มีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือเข้าไว้ด้วยกัน นี่เป็นองค์กรเปิดอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโน้มน้าวจิตใจคน แต่เพื่อให้ผู้ที่ต้องการที่จะช่วยเหลือสามารถเข้าร่วม หรือออกได้เมื่อพวกเขาต้องการ ไม่มีสมาชิกของราเอลเลี่ยนคนใดได้รับเงินค่าจ้างใด ๆ รวมทั้งราเอลด้วย
  • Why do they not just show themselves to everyone so we have proof to support Rael’s claims? • ทำไมพวกเขาไม่แสดงตัวเองต่อทุกคน เพื่อให้เรามีหลักฐานที่จะสนับสนุนต่อการกล่าวอ้างของราเอล?
    Take a minute to imagine this scenario...The omnipotent, yet unseen force that claims responsibility for our existence suddenly appears on Earth or in its skies for all to witness. Imagine this arrival taking place on an extra-terrestrial "spaceship.”
    How would people react to actually seeing human like figures disembark from "spaceships?” It is likely that they could be mistaken for intruders, resulting in threatening retaliation by the military. A certain level of understanding from both sides would be necessary before this could take place peacefully.
    Rael has stated that the Elohim will not provide any sort of "miracles" to try to convince us of their role in our origin as they did during Christ's time. Even with fantastic events demonstrating the Elohim’s powers, opposition against the teachings of the philosophy led to Christ’s crucifixion. These “miracles” were not viewed as definitive proof.
    It is important to realize that the Elohim do not seek our worship, but rather our love for them and each other. They desire our complete UNDERSTANDING of the truth with the hope that we can learn from them and one day contribute to the immense body of knowledge that exists in the universe, thus elevating consciousness for all.
    This is an extremely special time in history, as we have amassed enough technological knowledge to fully comprehend the mechanism of our existence. Though stated in simple terms, the messages provide all of the basic information needed to grasp the reality of our origins, the state of turmoil our planet is in currently, and what paradigm shift must be taken in order for us to reach our potential as humanity.
    When and if that time arises, the Elohim will indeed visit us as invited guests by a planet full of conscious individual who are ready to greet them.

    ลองใช้เวลาสักครู่ที่จะจินตนาการถึงสถานการณ์นี้ ...ต่อสิ่งที่ไม่เคยมีการปรากฏมาก่อน ที่จะสามารถกล่าวถึงได้ต่อการดำรงอยู่ของเราที่อยู่ๆก็มีอะไรบางอย่างปรากฏออกมาในทันทีทันใดขึ้นมาบนโลกหรือบนท้องฟ้า ต่อหน้าสักขีพยานทุกคน ลองจิตนการถึงมนุษย์ต่างดาวที่กำลังร่อนลงมายังบนโลกด้วยยานพาหนะที่เรียกว่า “ยานอวกาศ”
    มนุษย์จะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการเห็นสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ลงมาจากยานอวกาศ? มันอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ามีผู้บุกรุกจึงส่งผลให้มีการตอบโต้การถูกคุกคามดังกล่าวโดยทหาร ระดับความมั่นใจในความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งจำเป็นจะต้องมี ก่อนการมาเยือนอย่างสงบสันติสุข
    ราเอลได้ระบุไว้ว่า เอโลฮิมจะไม่ได้จัดเตรียมการแสดง "ปาฏิหาริย์" ใด ๆ ไว้ให้ ที่จะเป็นการชักจูงเราให้เชื่อว่าพวกเขามีบทบาทต่อการกำเนิดของพวกเราดังเช่นที่พวกเขาเคยได้ทำในช่วงเวลาของพระคริสต์
    ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของเอโลฮิม แต่สิ่งเหล่านี้ก็ขัดแย้งกับปรัชญาคำสอน ที่นำไปสู่การถูกตรึงกางเขนของพระคริสต์ "ปาฏิหาริย์"เหล่านี้ ไม่ได้สรุปว่าเป็นหลักฐาน
    มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเราควรจะตระหนักได้ว่า เอโลฮิมไม่แสวงหาการเคารพสักการะของเรา แต่เป็นความรักของพวกเราที่มีให้กับพวกเขาและการรักซึ่งกันและกัน
    พวกเขาปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เรามีความรู้ความใจอย่างสมบูรณ์แบบต่อความจริง อย่างมีความหวังว่าเราจะสามารถเรียนรู้จากพวกเขา และวันหนึ่งจะมีส่วนช่วยในการสร้างร่างกายอันยิ่งใหญ่จากของความรู้ที่มีอยู่จริงในจักรวาลเป็นการยกระดับสติทั้งหมด
    นี่เป็นเวลาพิเศษที่ยิ่งใหญ่มากในประวัติศาสตร์ที่เราได้รวบรวมความรู้ทางด้านเทคโนโลยีพอที่จะเข้าใจกลไกของการดำรงอยู่ของเรา
    ตามที่ได้ระบุไว้อย่างเรียบง่าย สาสน์ดังกล่าวได้จัดเตรียมข้อมูลพื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็นต่อการเข้าใจความจริงของต้นกำเนิดของเรา โลกของเราอยู่ในสถานะความวุ่นวายในขณะนี้ และจะต้องมีการสั่งการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อที่จะทำให้เราไปสู่ตำแหน่งของมนุษย์ที่มีศักยภาพ
    เมื่อและถ้าเวลานั้นมาถึง เอโลฮิมก็จะมาเยี่ยมเราในฐานะแขกรับเชิญจากดวงดาวที่สมบูรณ์ไปด้วยผู้ที่มีสติเต็มไปด้วยผู้ที่พร้อมต้อนรับพวกเขา
  • How can Raelians believe in what one man is saying? • ชาวราเอลเลี่ยนจะเชื่อในสิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งพูดได้อย่างไร?
    Everything that is said in Rael's books is confirmed and backed up by all the ancient religious writings, legends, traditions, as well as modern science. Evidence for traces of contacts between humanity and beings from another planet can be found throughout history, on all continents. And if you look at all the scientific developments in our society nowadays, all this was announced by Rael 32 years ago already.
    The Raelian philosophy is one of understanding and not believing, that's why Rael himself asks you not to believe him blindly but to do your own research and see if the pieces of the puzzle match for you.

    See our Links page for more resources.

    ทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือของราเอล ได้รับการยืนยันและได้รับการสนับสนุนโดยงานเขียนของศาสนาโบราณ ตำนานประเพณี เช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ หลักฐานร่องรอยของการติดต่อระหว่างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นสามารถพบได้ทั่วไปผ่านทางเรื่องราวประวัติศาสตร์ในทุกทวีป และถ้าคุณมองหามันใน วิทยาศาสตร์ที่ได้พัฒนาแล้วในปัจจุบัน ทั้งหมดนั้นได้มีการประกาศไว้แล้วโดยราเอลเมื่อ32 ปีที่ผ่านมา
    หลักปรัชญาแห่งราเอลเป็นหนึ่งในความเข้าใจ ไม่ใช่ความเชื่อ นั้นเป็นเหตุว่าทำไมราเอลถึงบอกกับพวกคุณว่าอย่าเชื่อเขาอย่างงมงาย แต่ต้องค้นหาศึกษา และมองหาชิ้นจิ๊กซอว์ที่เป็นของคุณ ด้วยตัวคุณเอง
    ดูลิ้งค์ของเราในหน้าสำหรับเนื้อหาเพิ่มเติม

The Raelian Movement

  • Does Rael receive a salary from the Raelian movement ? • ราเอลได้รับเงินเดือนจากราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์หรือไม่?
    No, the Raelian Movement is a non-profit organisation which does not pay any salary to anyone, including Rael, not even a secretary. All it's members are voluntary helpers donating some of their free time.
    In order to make sure that money from the Movement is NOT used to pay a salary to Rael, there is a separate organisation named the Raelian Foundation that supports Rael financially. Raelians may make donations to this Foundation if they wish, but it is not mandatory.

    ไม่,ราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์ เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร จึงไม่ได้จ่ายเงินเดือนใดๆให้กับผู้ใดได้ รวมทั้งราเอล เลขานุการ สมาชิกทุกคนเป็นผู้บริจาคความช่วยเหลือโดยสมัครใจ และเสียสละเวลาว่างของพวกเขาเอง
    เพื่อให้เป็นที่แน่ใจว่าเงินที่ได้รับจากองค์กร ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการจ่ายเงินเดือนให้กับ ราเอล เราจึงมีองค์กรที่แยกต่างหากในนามว่า มูลนิธิแห่ราเอล เพื่อใช้สนับสนุนราเอลทางด้านการเงิน ซึ่งชาวราเอลเลี่ยนบริจาคเงินให้กับมูลนิธิด้วยความสมัครใจไม่ได้เป็นการบังคับ
  • You accept donations, where does the money go? • เงินที่ได้รับจากการบริจาค เงินนั้นนำไปใช้อะไร?
    As our society is still based on a money system, the Raelian Movement too depends on donations to fund its activities throughout the world.
    Donations made to the Raelian Movement are used for our two main goals:
    1) to inform mankind about the Messages given to Rael by the Elohim (through flyers, posters, billboard ads, lectures, paying for the hosting of this website etc.)
    2) to build an embassy to officially welcome the Elohim
    No member of the Raelian Movement receives a salary, we all help on an entirely voluntary basis. This also applies to Rael himself who doesn't receive one cent from the Raelian Movement. Anybody who would like to donate money to him personally can do so through the Raelian Foundation which is a totally seperate entity allowing him to devote his life fully to his mission.

    ในสังคมของพวกเรานั้น มันยังคงขึ้นอยู่กับระบบเงินตรา, องค์กรราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์จึงขึ้นอยู่กับการบริจาคเช่นกัน เพื่อเป็นกองทุนมาใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆทั่วโลก
    เงินที่ได้จากการบริจาค ถูกนำมาใช้ในองค์กรราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์ มีสองจุดประสงค์หลักคือ
    1) เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับมนุษยชาติ ที่ถูกถ่ายทอดมายังราเอล โดยเอโลฮิม (แผ่นพับใบปลิว, โปสเตอร์, ป้ายโฆษณา การบรรยาย การจ่ายเงินสำหรับการสร้างเว็บไซต์เหล่านี้ เป็นต้น)
    2) ใช้ในการสร้างสถานทูต เพื่อต้อนรับเอโลฮิมอย่างเป็นทางการ
    ไม่มีสมาชิกคนใดของราเอลเลี่ยนได้รับเงินเดือน พวกเราทุกคนช่วยเหลือกันบนพื้นฐานของความสมัครใจอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังรวมถึงราเอล ผู้ที่ไม่ได้แม้แต่1centจากองค์กรราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์ ใครก็ตามที่ต้องการจะบริจาคเงินเพื่อเขาเป็นการส่วนตัวสามารถทำได้โดยผ่านทางมูลนิธิแห่งราเอล ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ปล่อยให้เขาที่จะอุทิศชีวิตของเขาอย่างเต็มที่เพื่อภารกิจของเขา
  • • What makes a Raelian any different from people who believe in GOD? เพราะเหตุใดจึงทำให้ราเอลเลี่ยน มีความแตกต่างจากคนที่นับถือพระเจ้า?
    อันดับแรก ต้องทราบถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่าพระเจ้าก่อนว่าคืออะไร? จากพจนานุกรมของวิทยาลัย เรนดอม เฮาส์ เว็บสเตอร์ ได้แปลคำว่าพระเจ้า คือ"ผู้สร้างและผู้ควบคุมจักรวาล ผู้นำสูงสุด" ราเอลเลี่ยน เราไม่เชื่อทั้งในเรื่องผู้นำสูงสุด หรือผู้หนึ่งที่เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับการสร้างจักรวาล ภายใต้กฎระเบียบ พวกเราไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า สิ่งเหล่านี้ จึงนำเราเข้าสู่คำถามของความไม่มีที่สิ้นสุดในระบบสุริยะจักรวาล เริ่มตั้งแต่ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อวางพระเจ้าหรือ ผู้นำสูงสุด ไว้ในแถวหน้าของทุกอย่าง ก่อนที่จะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เพราะคุณไม่สามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างจากความว่างเปล่าได้
    แต่ที่เราเข้าใจนั้นคือ มีคนอย่างเราอยู่ ทีเรียกว่า เอโลฮิม ผู้ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหนือกว่าเรา 25,000ปี และรับผิดชอบต่อในการมาเยือนดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นเวลาหลายพันปีที่ผ่านมาและการสร้างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เรารู้จัก
    เอโลฮิมได้อธิบายกับราเอลในปี ค.ศ. 1973 ว่าพวกเขาจะถูกสร้างขึ้นโดยการแข่งขันของผู้คนที่ถูกสร้างขึ้นจากการแข่งขันอีกที และมันเป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดังเช่นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับเรานี้ในห่วงโซ่ที่ไม่มีวันจบ มันไม่มีจุดเริ่มต้นของจักรวาลไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือเวลาก็ตาม
    ดังเช่นที่พวกเขาเป็นผู้สร้างของเรา ที่เรามีความชื่นชมยกย่องอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา แต่เราไม่ได้แสดงความเคารพต่อพวกเขาเหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิโบราณ เรารักเขาและกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการมาเยือนของพวกเขา ที่จะลงมาในบางครั้งบางคราวก่อนปี ค.ศ.2035
    เราได้ทำความเข้าใจว่าด้วยเชิงวิทยาศาสตร์ ที่พวกเขาสามารถจัดการกับดีเอ็นเอ และจากการเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆของทุกสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นี้ เรากำลังเริ่มทำเช่นเดียวกันในห้องปฏิบัติการของเราเอง เมื่อเราประสบความสำเร็จในการสร้างสิ่งชีวิตและสร้างมันไว้ในโลกอีกโลกหนึ่งได้ จากนั้นเราก็จะกลายเป็นพระเจ้า?
  • Do Raelians consider Raelianism as a religion? • ราเอลเลี่ยนพิจารณา ว่าเป็นราเอลเลี่ยนเป็นศาสนาหรือไม่?
    In the etymological sense, yes we do. It is clear that the word ‘religion’ has been used, misused, and abused so much throughout the Ages that it is no wonder many people nowadays shy away from anything that is labeled ‘religion’ and would not touch it with a 10-foot pole. At the same time, many people have the wrong idea of what ‘religion’ really means and view it as a belief in a deity of some kind. The word ‘religion’ comes from the Latin word ‘religare’ which means ‘to create a link,’ whether it be a link between people, or between the Creators of humanity and their creation, or between humans and the stars, or between the Earth and the Sky, etc… it really does not matter because the most important is to ‘create this link.’
    Moreover, like Buddhism, Raelianism is an atheist religion which is to say Raelians' do not believe in a 'god' because gods do not exist. One only needs to go back to the original Hebrew Bible to realize that it is written ‘Elohim’ (and not ‘God’) which is plural and literally translates to ‘those who came from the sky.’ Having said this, it is important to understand that Raelians still accept the notion that there are Creators who came to the Earth a long time ago in physical form (because they are human beings like us) and scientifically engineered all life forms – a huge contrast when compared to an immaterial, supernatural, and almighty ‘god’ who created everything (including the universe) with a magic wand. Living today, in the Age of science, we can easily see when using honesty and our intellect which of the two makes the most sense. Lastly, it is also very important to understand that while Raelians do not believe in ‘god’, we still recognize all the great Prophets of Old such as Jesus, Mohammed, Moses, Buddha, etc… who were all Messengers sent by our Creators, the Elohim, at different times throughout our history to guide humanity along the path of wisdom. When humanity is ready to welcome them with the love and respect that they deserve, the prophets will return in the company of the Elohim to the embassy we will have built.

    ใช่ ทางความรู้สึกในแง่ของภาษาศาสตร์ในเชิงประวัติ, เป็นที่ชัดเจนว่าคำว่า 'ศาสนา' มีการใช้ในทางที่ผิด และถูกทารุณกรรมมากตลอดยุคที่ผ่ามา ไม่น่าแปลกใจที่คนจำนวนมากในปัจจุบันหายห่างจากสิ่งที่มีตราประทับว่า 'ศาสนา' ขนาดที่ว่าให้แตะด้วยท่อนไม้ยาวสิบฟุตยังไม่เอาเลย! ในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยังมีความเข้าใจผิดต่อความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ศาสนา” และมองว่าเป็นความเชื่อในพระเจ้าเพียงองค์เดียว คำว่า “ศาสนา”มาจากคำว่า “religare”ในภาษาละติน หมายถึง การสร้างความเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมโยงระหว่างคนหรือระหว่างผู้สร้างของมนุษยชาติ และต่อผู้สร้างของพวกเขา หรือระหว่างมนุษย์และดวงดาว หรือระหว่างโลกและท้องฟ้า ฯลฯ ... มันไม่สำคัญว่าเป็นอะไร เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การสร้างการเชื่อมโยง
    ยิ่งไปกว่านั้น ดังเช่นศาสนาพุทธ(Buddism) ศาสนาราเอลเลี่ยน(Raelianism)คือ ศาสนาของผู้ที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่ ซึ่งก็คือราเอลเลี่ยน(Raelians) จงอย่าได้เชื่อในพระเจ้า เพราะพระเจ้าไม่อยู่จริง เราต้องย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น ของคัมภีร์ฮิบบรู เพื่อให้ทราบว่าคำเขียนที่ว่า “Elohim”(ไม่ใช่คำว่า “God”) ซึ่งเป็นพหูพจน์และแปลตามตัวอักษรได้ว่า “ผู้ที่มาจากท้องฟ้า”ตามที่ได้กล่าวไว้ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะเข้าใจว่าชาวราเอลเลี่ยนยอมรับแนวความคิดที่ว่ามีผู้สร้างที่มาบนโลกนานมาแล้วในร่างของมนุษย์(เพราะพวกเขาก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา)และทางรหัสพันธุ์กรรมของสิ่งมีชีวิตต่างๆทุกชนิด มันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่เหนือธรรมชาติ และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ดั่ง 'พระเจ้า' ที่สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง(รวมทั้งจักรวาล)กับไม้กายสิทธิ์เพียง 1อัน
    ชีวิตวันนี้ในยุคของวิทยาศาสตร์ เราสามารถเห็นสิ่งต่างๆได้ง่ายและชัดเจนขึ้นเมื่อใช้ความจริงและสติปัญญาของเรา ทั้งสองอย่างนี้ทำให้เรามีประสาทสัมผัสสูงสุด สุดท้ายแล้ว มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเข้าใจว่าในขณะที่ชาวราเอลเลี่ยนไม่เชื่อใน 'พระเจ้า' เรายังคงระลึกถึงศาสดาที่ยิ่งใหญ่ในยุคก่อนทั้งหมด เช่นพระเยซูโม โมฮัมหมัด โมเสส พระพุทธเจ้า ฯลฯ ..ผู้ส่งสารทั้งหมดที่ถูกส่งมาโดยเอโลฮิม ผู้สร้างของเรา ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันตลอดประวัติศาสตร์ของเราที่จะนำมนุษยชาติไปตามเส้นทางแห่งภูมิปัญญา เมื่อมนุษย์พร้อมที่จะต้อนรับพวกเขาด้วยความรักและความเคารพที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ศาสดาทั้งหลายที่จะกลับมาในฐานะแขกของเอโลฮิม เพื่อไปยังสถานทูตที่พวกเรากำลังจะสร้างขึ้นมา
  • How has this Philosophy changed or benefited your life? • ปรัชญาชีวิตนี้เปลี่ยนแปลงหรือให้ประโยชน์กับชีวิตของคุณอย่างไร?
    This is such an important question and I am very happy to share with you my 21 year journey since the first time I read Rael’s book “Intelligent Design”. I can sum it all up with one word: “HAPPINESS”. I never thought that I could experience a life full of joy and pure happiness. Once I understood that that there was not an “omnipotent God” a being with whom I would never be worthy, but a race of people like me who were responsible for creating all life, my life changed. Each day has been a journey of discovery. Discovering the most important person, ME. All of my life was an accumulation of following rules, of the church, my family, school, and society. I was very good at obeying all of these rules, but I was not fulfilled inside. There was a battle going on and this conflict was destroying the innocence of my life. Now I can honestly say that I no longer live in fear or quilt. My life is my own and I am responsible for every action and decision I make. There is not a God or a devil I can blame things on. Only myself. I now understand that no one can take away my happiness without my permission. I have learned by attending the many seminars taught by Rael worldwide, that I am the captain of the ship and not only the captain but I am the ship and the water beneath. I create my life each and every day. And the most important part is I have learned that by giving love enhances my life and the lives that I encounter. This philosophy has given me the most important treasure, and that treasure is my life. Life is a journey for all of us. How do you want to experience yours? (Donna)

    นี้เป็นคำถามสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และฉันมีความภูมิใจที่จะได้แบ่งปันเรื่องราวการผจญภัยในช่วงอายุ 21ปีของฉันกับคุณตั้งแต่ที่ฉันได้อ่านหนังสือ“สาสน์จากต่างดาว”เป็นครั้งแรก ฉันสามารถสรุปทุกอย่างให้อยู่ได้ในเพียงคำเดียวเลยว่า“ความสุข” ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ฉันจะสามารถมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขที่บริสุทธิเช่นนี้ เมื่อฉันเข้าใจถึงการไม่มีอยู่ของ”พระเจ้ามีอำนาจไม่สิ้นสุด” คือการได้อยู่กับผู้ที่ฉันจะไม่มีวันเป็นคนที่มีคุณค่าอยู่เลย แต่เผ่าพันธุ์อย่างฉัน ผู้ที่รับผิดชอบต่อการสร้างสิ่งมีชีวิตทุกอย่างนี้ ชีวิตฉันได้เปลี่ยนไปแล้ว ในแต่ละวันได้ผจญภัยไปกับการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้ค้นพบถึงบุคคลที่มีความสำคัญที่สุด คือตัวฉันเอง ทั้งชีวิตของฉันนั้นอยู่กับการที่จะต้องสะสมกฎเกณฑ์ต่างๆของศาสนาโบสถ์ ของครอบครัว ของโรงเรียน และของสังคม ฉันเคยเป็นผู้ที่ปฏิบัติและเชื่อฟังทำตามคำสั่งสอนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดียิ่ง แต่ไม่เคยรู้สึกมีความสุขหรือถูกเติมเต็มเลย มันเหมือนมีการสู้รบเกิดขึ้น และความขัดแย้งภายในเหล่านี้ได้ทำลายความบริสุทธิ์ในชีวิตของฉันไป ตอนนี้ฉันพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่า ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยความกลัวและความรู้สึกผิดอีกต่อไป ชีวิตเป็นของฉันและฉันคือผู้ที่รับผิดชอบต่อทุกการกระทำและการตัดสินใจของฉันเอง มันไม่มีพระเจ้าหรือปีศาจที่ฉันจะไปกล่าวโทษได้ มันมีแต่ตัวฉันเอง ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า ไม่มีใครที่จะพรากความสุขจากฉันไปได้หากฉันไม่ยินยอม ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งจากการเข้าร่วมสัมมนาต่างๆจากคำสอนของ ราเอล ที่มีอยู่ทั่วโลก ฉันคือกัปตันเรือ และฉันไม่ได้เป็นแค่กัปตันเท่านั้น ฉันยังเป็นเรือ และเป็นน้ำที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย ฉันสร้างชีวิตของฉันเองในแต่ละทุกๆวัน และส่วนที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ฉันได้เรียนรู้การให้ความรักเพื่อเพิ่มพลังและการเผชิญชีวิตของฉันเอง ปรัชญาชีวิตเหล่านี้ได้มอบขุมทรัพย์ที่สำคัญที่สุดแก่ฉัน และสมบัติที่ฉันได้รับนั้นก็คือ ชีวิตของฉันนั้นเอง ชีวิตคือการผจญภัยของพวกเราทุกคน แล้วคุณอยากจะมีประสบการณ์ชีวิตของคุณเองอย่างไร? (ดอนน่า)
  • Do you have meetings ? Can I attend ? • คุณมีการประชุมที่ฉันจะสามารถเข้าร่วมได้หรือไม่?
    Yes, everyone is welcome to attend our informal Raelian gatherings. To find meetings in your area, please choose a national site from the top right drop-down menu.

    มี, ทุกคนมีความยินดีที่จะต้อนรับในการเข้าร่วมประชุมของราเอลเลี่ยน สามารถทราบข้อมูลได้จากสถานที่ในแต่ละพื้นที่ของพวกคุณ โดยการเลือกเว็บไซต์ประจำชาติ จากด้านบนขวาแล้วเลือกเมนู
  • I read in the papers that you organise orgies. Is it true? • ผมอ่านในเอกสารว่าคุณมีการจัดงานเพศสัมพันธ์หมู่ เป็นความจริงหรือไม่?
    No. The Raelian Movement does not organise orgies or anything of the sort at it's gatherings or seminars.
    Sadly, the media will write/say almost anything to sell their stories. Religious minorities are all too often a target of these kind of false rumours.

    ไม่ ราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์ไม่ได้จัดงานเพศสัมพันธ์หมู่ หรือรวบรวมกลุ่มในการสัมมนาในเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
    มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สื่อได้นำเสนอข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา เราเป็นองค์กรเล็กๆที่ถูกจับตามอง และถูกโจมตีโดยการนำเสนอข้อมูลที่ผิดๆ
  • Where is Eve, the clone baby? • อีฟ เด็กที่ปลูกถ่ายเซลล์อยู่ที่ไหน?
    The Raelian Movement is an organization which is completely independent from Clonaid. Clonaid is the name of a project (not a company), and it is managed by a raelian member named Dr. Brigitte Boisselier. Neither Rael nor the Raelian Movement bring any funds to it, and they have no relationship whatsoever with Clonaid, besides their moral support concerning the cloning technologies. For more details visit clonaid.com.

    ราเอลเลี่ยนมูฟเม้นท์ เป็นองค์กรอิสระอย่างสมบูรณ์จากโคลนเนด โคลนเนดเป็นชื่อของโครงการ(ไม่ใช่บริษัท ) และดำเนินงานโดยสมาชิกชาวราเอลเลี่ยนคือ ดร.บริจิตต์ โบซเซริเออร์ ต่างก็ไม่ใช่ทั้ง ราเอล หรือองค์กรราเอลเรี่ยนมูฟเม้นท์ ที่จะเป็นกองทุน ไม่มีข้อผูกพันธุ์ใดๆ กับโครงการโคลนเนด นอกจากการสนับสนุนทางศีลธรรมของพวกเขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ทราบข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www. clonaid.com
  • Is the Raelian Movement a cult? • ราเอลเรี่ยนมูฟเม้นท์คือลัทธิใช่หรือไม่?
    First of all we must define the meaning of the word "cult".
    The word cult does not imply any good or bad connotation.
    The Webster dictionary, defines a cult as a "system of religious beliefs and rituals, as well as its members."
    Based on this simple definition, each church can be classified as a cult. Nevertheless, there is another definition which is given in Websters and which is closer to the use of the word as it is employed by theologians and sociologists: "a religion which is considered spurious or not quite orthodox, and also to its members."
    Another definition of the word cult is: "a great devotion to a person, idea or thing."
    In this sense, the answer is yes.
    It is thanks to the word "cult" that we have the word "culture".
    The Catholic church is another successful cult.

    ก่อนอื่นเราต้องหาความหมายของคำว่า “ลัทธิ” คำว่าลัทธิ มิได้ตีความถึงความหมายว่าดี หรือ ไม่ดี ในพจนานุกรม แปลความหมายคำว่า “ลัทธิ” คือ “ระบบความเชื่อและแบบแผนทางศาสนา ดังเช่นสมาชิกของกลุ่ม” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำจำกัดความง่ายๆนี้ ในแต่ละโบสถ์ก็สามารถจัดอยู่ในหมวดของลัทธิได้ อย่างไรก็ตามได้มีการให้ความหมายในพจนานุกรมไว้อีกอย่างหนึ่งของศาสนาศาสตร์ และนักสังคมวิทยาและมีความหมายที่ใกล้เคียงกว่าว่า“ศาสนาคือเรื่องของความหลอกหลวงและไม่ใช่เรื่องของประเพณีดั้งเดิมและต่อสมาชิกด้วยเช่นกัน” ความหมายของคำว่าลัทธิอีกอย่างก็คือ "ความจงรักภักดีต่อบุคคล ความคิดหรือสิ่งของ" ฉะนั้นในกรณีของความรู้สึกนี้ คำตอบคือใช่ ต้องขอบคุณคำว่า "ลัทธิ" จึงทำให้เรามีคำว่า "วัฒนธรรม" ซึ่งคริสตจักรคาทอลิกเป็นลัทธิหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ
  • What's with the Swastika? • เครื่องหมายสวัสดิกะคืออะไร?
    Learn the truth about this 'good luck' symbol at ProSwastika.org.

    ค้นพบความจริงเกี่ยวสัญลักษณ์ของ“ความโชคดี”นี้ได้ที่ www.ProSawastika.org
  • What is the Raelian view on Pedophilia? • ราเอลเลี่ยนมีมุมมองต่อเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอย่างไร
    Even if we are in favor of sexual freedom between consenting adults, if you are a pedophile you are definitely not welcome in the Raelian movement. Not only because our position is very clear condemning it as a mental disease, but also because, contrary to the politics of the Catholic church which has been hiding pedophile priests (see nopedo.org) and moving them from parish to parish so they can make more victims of their disgusting behavior, the Raelian movement has a strict policy of not only expelling immediately any member suspected of pedophilia or sex with people under legal age BUT ALSO to immediately report them to the police.

    Some have been attracted to our philosophy due to defamatory articles in French speaking newspapers and magazines, stating that our philosophy being in favor of sexual freedom would then favor pedophilia. The reality is strictly the opposite. When individuals have a fulfilled sexual life, they don't even think of imposing their sexuality on children, unlike Catholic Priests unfortunately do, due to their lack of sexuality. Some articles even refer to the Raelian order of angels, a congregation of women who want to develop their femininity and who can make the vow, if they wish so, to devote their sexuality only to our Creators and their Prophets. They would then wear a pink feather around their neck to openly show their desire to have no sex. These women decide freely to do so, just as catholic nuns would do; this is part of the free sexuality that we profess, the right to say no to sex as well. In this organization angel minors also have to signal the fact that they are under the legal age for sex, by wearing a black feather around their neck to make sure that no adult Raelian approach them at any time with sex in mind. Some of these minor angels also choose to have no sex at all, thus refusing sex with potential minor partners which most young girls experience during their teens. They would then wear a pink feather as well. Some newspapers have seen the minors' beautiful decision of reserving their sexuality for our Creators as an indication of pedophilia, which is completely ridiculous.

    It is very clear in the Raelian Philosophy that pedophilia is a sign of mental disease and will never be tolerated within the organization. Any member, whatever his rank, who would be found guilty of such a behavior will be expelled and reported to legal authority.

    ถึงแม้ว่าเราจะมีความพึงพอใจในเสรีภาพของการมีเซ็กส์ในวัยผู้ใหญ่ แต่หากคุณเป็นผู้ที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กแล้วละก็ มันชัดเจนแล้วว่าคุณไม่เป็นที่ต้อนรับสำหรับราเอลเลี่ยนมูฟเมนท์ เหตุผลไม่ใช่แค่เราประณามว่ามันเป็นโรคทางจิตเท่านั้น อีกทั้งยังขัดแย้งกับเรื่องของการเมืองแคทอลิคด้วย ที่ได้ปกปิดนักบวชเฒ่าหัวงูไว้(ดูได้ที่ nopedo.org)และยังย้ายจากเขตศาสนาหนึ่งไปยังอีกเขตศาสนาหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดเหยื่อจากพฤติกรรมที่น่ารังเกียจนี้ได้มากยิ่งขึ้น องค์กรราเอลเลี่ยนนั้นใส่ใจต่อนโยบาย ไม่ใช่แค่ขับไล่ผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือผู้ที่มีเซ็กส์กับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยทันทีเท่านั้น แต่ยังจะรายงานเรื่องดังกล่าวต่อตำรวจอีกด้วย
    บางคนได้สนใจในหลักปรัชญาชีวิติของเรา เนื่องจากบทความหมิ่นประมาทในหนังสือพิมพ์และในนิตยสารฝรั่งเศสว่า เราเป็นพวกที่มีเสรีภาพในการมีเซ็กส์กับเด็ก ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง เมื่อบุคคลหนึ่งต้องการที่จะเติมเต็มชีวิตด้วยเซ็กส์นั้น พวกเขาไม่แม้แต่จะคิดถึงความรู้สึกของเด็กที่ถูกมีเพศสัมพันธ์ด้วย แตกต่างจากนักบวชแคทอลิคที่กระทำตัวได้อย่างน่าผิดหวัง เนื่องจากความไม่รู้จักพอในการมีเซ็กส์ของพวกเขาเอง บางประโยคยังกล่าวถึง เรื่องของนางฟ้ากับคำสั่งของราเอลเลี่ยนด้วย คือการชุมนุมของผู้หญิง ผู้ที่ต้องการจะพัฒนาความเป็นกุลสตรี และคือผู้ที่ให้คำปฏิญาณ ถ้าหากพวกเธอต้องการเช่นนั้น เพื่ออุทิศการมีเพศสัมพันธ์ของพวกหล่อนเองแก่ผู้สร้างและศาสดาทั้งหลายเท่านั้น พวกหล่อนจะสวมสร้อยคอที่มีขนนกสีชมพู เพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนต่อความปรารถนาของการไม่มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ผู้หญิงเหล่านี้สามารถตัดสินใจที่จะกระทำสิ่งนี้ได้อย่างอิสระ ดังเช่นที่แม่ชีคาทอลิคก็ควรทำ นี้เป็นการแสดงตัวในการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างเสรีของเรา เช่นเดียวกับการที่เราจะปฏิเสธต่อการมีเพศสัมพันธ์เช่นกัน

    ในองค์กรนางฟ้าผู้เยาว์นั้นก็มีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงว่าพวกหล่อนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ด้วยการสวมสร้อยคอที่มีขนนกสีดำเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีราเอลเลี่ยนที่บรรลุนิติภาวะแล้วเข้าใกล้พวกหล่อนเพื่อหวังที่จะมีเซ็กส์ และในพวกผู้เยาว์บางคนก็เลือกที่จะไม่มีเซ็กสตลอดไป ปฏิเสธการมีเซ็กส์ที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อคู่ของผู้เยาว์ที่จะมีประสบการณ์มากที่สุดของหญิงสาวในช่วงที่เป็นวัยรุ่น พวกหล่อนก็จะสวมสร้อยคอที่มีขนนกสีชมพูเช่นกัน หนังสือพิมพ์บางฉบับได้เคยพบกับนางฟ้าวัยเยาว์ที่สวยงามของเราที่ได้ตัดสินใจและสงวนการมีเพศสัมพันธ์ไว้ให้กับผู้สร้าง ว่าเป็นตัวบ่งชี้ของการชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ว่าเป็นพวกโรคจิตอย่างสมบูรณ์แบบ
    มันเป็นที่ชัดเจนในหลักปรัชญาชีวิตราเอลเลี่ยนว่า โรคจิตคือสัญญาณความป่วยทางมองชนิดหนึ่ง และจะไม่มีวันเป็นที่ยอมรับในองค์กรหรือสมาชิก ไม่ว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม พวกเขาควรจะมีความละอายใจต่อพฤติกรรม ถูกไล่ออกและถูกรายงานไปยังผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
  • How can I join? • ฉันจะเข้าร่วมได้อย่างไร?
    A Raelian is someone who publicly recognizes the Elohim as humanity’s creators. Each year presents four opportunities to do so through participation in a demystified Raelian baptism ceremony. The four designated dates are also official Raelian holidays: the first Sunday of April, August 6, October 7 and December 13. The baptism ceremony takes place at 3 p.m. local time worldwide.

    Active members are Raelians contributing to the organization’s goals and helping to transform this world to prepare for the most important event of history – the return of the Elohim.

    For more information on how to become a Raelian and/or an active member of the Raelian Movement, please contact the Raelian Movement in your country. (see National Websites list in the top-right corner of this page).

    ราเอเลี่ยนเป็นบุคคลที่เปิดเผยต่อสาธารณชน เป็นผู้ที่ตระหนักว่าเอโลฮิมเป็นผู้สร้างของมนุษย์ ในแต่ละปีจะมีโอกาศสี่ครั้ง โดยผ่านการเข้าร่วมในพิธีการยอมรับของราเอลเลี่ยน สี่วันที่กำหนดนี้ยังเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการของราเอลเลี่ยนอีกด้วย วันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน, วันที่ 6 สิงหาคม, วันที่ 7 ตุลาคม และ วันที่ 13 ธันวาคม พิธีนี้จะเริ่มขึ้นที่เวลา 15.00 น. ตามเวลาของแต่ละท้องถิ่นทั่วโลก
    สมาชิกที่อุทิศตน ให้การช่วยเหลือเพื่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กรและช่วยในการเปลี่ยนแปลงโลกนี้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ - การกลับมาของเอโลฮิม
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมกับราเอลเลี่ยน หรือประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกของราเอลเรี่ยนมูฟเมนท์ กรุณาติดต่อได้ที่ราเอลเลี่ยนมูฟเมนท์ในประเทศของคุณ (ดูเว็บไซต์ประจำชาติได้ที่รายการในมุมขวาบนของหน้านี้)